Home Blog โพสต์ในเพจกี่ครั้งดี ถึงจะเหมาะสุด พร้อม 5 สถิติน่าสนใจ Facebook ครึ่งปีแรก 2018

โพสต์ในเพจกี่ครั้งดี ถึงจะเหมาะสุด พร้อม 5 สถิติน่าสนใจ Facebook ครึ่งปีแรก 2018

by KruBoy ครูบอย
สถิติ Facebook ครึ่งปีแรก 2018

Facebook ในช่วงครี่งปี 2018 ที่ผ่านมา ครูบอยเชื่อว่าหลายๆคน ปาดเหงื่อ และ หืดขึ้นคอกับความพยายามในการดัน Reach หรือ ลง Ads เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แต่ใช่ว่าจะเป็นคุณคนเดียวที่ต้องเผชิญกับปัญหา Reach ตก Engagement ดิ่ง เพจแบรนด์ใหญ่ๆ ก็เป็นครับ

Buffer.com เจ้าของแพลตฟอร์มให้บริการด้านการจัดการ Social Media ได้ทำการศึกษาโพสต์ 43 ล้านโพสต์จาก แบรนด์ระดับท้อป 20,000 แบรนด์บน Facebook และได้ข้อสรุปน่าสนใจมา 5 ข้อครับ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ บางข้อเราเองก็นึกไม่ถึง มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

5 สถิติที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Facebook ครึ่งปีแรก 2018

1. ปฏิสัมพันธ์ของเพจ หรือ Page Engagement ดิ่งต่อเนื่อง

Buffer.com พบว่า ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา การกดไลก์ รีแอค คอมเม้นท์ และแชร์ ลดไปถึง 50 % แต่ลดลงเรื่อยๆ (อีกหน่อย อยากให้แฟนเพจเห็น คงต้องจ่ายอย่างเดียวเนาะ ) ทั้งนี้ เป็นผลมาจาก การปรับลด Reach ในต้นปีทีผ่านมา ของ Facebook นั่นเองครับ

Facebook Engagement ปฏิสัมพันธ์ ของ Facebook Post ตก

 2. “รูป” เป็น Media ที่มีคน Engage มากกว่า VDO

หลายคนคิดว่า VDO จะเป็นโพสต์ที่มีคนมาปฏิสัมพันธ์มากที่สุด แต่ เกินความคาดหมาย “รูป” กลับเป็นโพสต์ที่ได้รับการกด React คอมเม้นท์ และแชร์ มากที่สุด

แม้ว่า รูป จะเป็นประเภทของโพสต์ที่ได้รับการปฏิสัมพันธ์มากที่สุด ใน ปี 2018 แต่ ถ้าดูจากกราฟด้านล่าง จะเป็นว่า อัตราการปฏิสัมพันธ์ ต่อโพสต์ใน ไตรมาส 2 ของปี 2018 ดิ่งลงไปกว่า 63 % นี่แหล่ะครับ ฤทธิ์เดชของ การปรับลด Reach ของพี่มาร์ก เค้าล่ะ

รูป เป็น มีเดีย ที่คน Engage ใน Facebook Page มากที่สุด

3. เพจต่างๆ โพสต์มากขึ้นกว่าเดิม

แม้เพจต่างๆ จะรู้ว่า การลดลงอย่างหนักของการเข้าถึงโพสต์ ส่งผลต่อ Engagement ค่อนข้างมาก แต่จากกราฟด้านล่าง ทำให้เราเข้าใจว่า ในช่วงโหดแบบนี้ เพจของแบรนด์ที่ Buffer.com ทำการศึกษา มิได้ลดละหรือถอดใจจากการทำคอนเท้นต์เพื่อโพสต์ แต่ยิ่งโพสต์หนักว่าเดิม  โดยมีจำนวนโพสต์ที่เพิ่มขึ้นถึง 24 % จากไตรมาสแรกของปี 2017 ที่มีจำนวนโพสต์ทั้งสิ้น 6.48 ล้านโพสต์ ทะยานขึ้นมาเป็น 8.10 ล้านโพสต์ เมื่อสิ้นไตรมาส 2 ของปี 2018 

ถ้าให้คาดเดาเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้คือ ความเชื่อที่ว่า Reach ตก ต้องเพิ่มโพสต์ ก็น่าจะเป็นไปได้ แต่จากการศึกษาของ Buffer ก็อาจจะไม่ใช่ความเชื่อที่ถูก ลองดูข้อต่อไปครับ

เพจทำการโพสต์ใน Facebook มากขึ้น

4. โพสต์ยิ่งเยอะ Engagement ยิ่งตก

ประโยคที่บอกว่า “ทำน้อย ได้มาก ”  ท่าจะจริง เพราะ จากกราฟด้านล่างชี้ให้เราเห็นว่า การโพสต์ถี่ๆ แบบ มากกว่า 10 ครั้งต่อวัน หรือ 5-9 โพสต์ต่อวัน ไม่ได้ทำให้ Engagement เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด มิหนำซ้ำ พาลจะทำให้ Engagement ตกลงอีกด้วย หากเทียบกับ การโพสต์แบบน้อยกว่า 1 ครั้งต่อวัน 

แต่! ไม่ได้หมายความว่า การโพสต์น้อยกว่า 1 ครั้งจะเป็นเรื่องดี Buffer ได้ศึกษาเพิ่มเติม ( https://blog.bufferapp.com/facebook-marketing-strategy#page-engagement ) พบว่า แม้การโพสต์น้อยกว่า 1 ครั้งจะทำให้ Engagement ต่อโพสต์ ดี แต่หากเทียบกับ Total Engagement หรือ ค่าการปฏิสัมพันธ์โดยรวมทั้งหมด การโพสต์จำนวน 5 ครั้งต่อวัน จะได้รับ Total Engagement ที่ดีกว่า

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ  สมมติ

เพจ A โพสต์ 3 โพสต์ใน 7 วัน ได้ค่าเฉลี่ย Engagement 3,127 ต่อโพสต์
Total Engagment ใน 1 อาทิตย์ = 3 x 7 x 3,127 = 65,667 Engagement

เพจ B โพสต์ วันละ 5 โพสต์ ใน 7 วัน ได้ค่าเฉลี่ย Engagement 2,466 ต่อโพสต์
Total Engagment ใน 1 อาทิตย์ = 5 x 7 x 2,466 = 86,310 Engagement

เห็นมั้ยล่ะครับ ว่า ทำไม โพสต์แบบ 5 โพสต์ต่อวัน จึงเป็นจำนวนโพสต์ที่เหมาะสมต่อวันที่สุด

แต่ทั้งนี้ โพสต์เหล่านั้นต้องเป็นโพสต์คุณภาพด้วยนะครับ

5. เพจประเภทศิลปิน ยอด Engagment ตกมากที่สุด

ใครจะไปคิดล่ะครับว่า คนกด ไลก์ คอมเม้นท์ แชร์ ในเพจประเภท Artist หรือ ศิลปิน น้อยที่สุด แต่จากข้อมูลวิจัยของ Buffer บอกเราอย่างนั้น ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา  Engagement ของเพจประเภทนี้ตกลงไปถึง 70.6% ซึ่งผิดจากที่หลายคน คิดไว้ ว่าน่าจะเป็น Retail Brand หรือ แบรนด์ค้าปลีก แต่ไม่ใช่ ลองดูใน https://blog.bufferapp.com/facebook-marketing-strategy#page-engagement ได้ถามความเห็นของคนฟังว่า เพจประเภทใดที่ยอดคนกดไลก์เม้นท์แชร์ ตกมากที่สุด หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า แบรนด์ค้าปลีก ครับ

ครูเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเป็นเพจประเภทศิลปิน แต่หากคิดใคร่ครวญเหตุผลให้ดีๆ จะพบว่า ศิลปินนั้นมีช่องทางในการโปรโมทตัวเองหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็น IG  Twitter  Youtube ฯลฯ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ติ่งย่อมตาม สื่อตามเกาะติด ฉะนั้น เค้าไม่จำเป็นจะต้องอาศัย แพลตฟอร์มของ Facebook ก็ได้ การโพสต์ของศิลปินหลายๆคนใน Facebook อาจจะไม่เยอะมาก ส่งผลให้ Engagement ดิ่งลงก็เป็นได้ อีกทั้ง เค้าไม่แคร์เรื่องการเสียเงินเพื่อซื้อโฆษณาอยู่แล้ว เพราะเค้าคือ คนที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามา ครับ

เพจศิลปิน คนกดไลก์เม้นท์แชร์ ตก

 


ฝากข้อคิด :

จากข้อมูลของ Buffer ที่ทำให้เราเข้าใจ Facebook ในปี 2018 มากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะยึดไว้เป็นแนวทางกับการทำเพจเรานะครับ สิ่งที่เราต้องทำคือ

  1. กลับมาดูสถิติของเราว่า จริงๆ แล้ว เราควรโพสต์แบบไหนที่ได้ประสิทธิภาพ ความถี่แค่ไหนจึงจะเหมาะสม
  2. หากยังไม่มีแนวทาง ลอง นำสถิติข้างต้นมาใช้กันดู แล้วเช็ตผลลัพท์ครับ เช่น ลองโพสต์วันละ 5 โพสต์ เลือกโพสต์แบบต่างๆ เช่น โพสต์ LIVE VDO โพสต์ VDO ปกติ โพสต์รูป หรือ แชร์จากที่อื่น ลองดูสัก 1 สัปดาห์แล้วดูผล ว่าอะไรเหมาะกับเรา
  3. ปรับกลยุทธ์ในการทำการตลาดดิจิทัล  จริง ๆ แล้ว สิ่งนี้ ควรเป็นสิ่งแรกในการทำการตลาดออนไลน์ครับ ต้องกลับมาวางแผน ว่า เราจะเข้าถึงลูกค้าช่องทางไหนได้บ้าง เข้าแบบไหน อะไรคึือจุดเด่นทำให้ลูกค้าเข้าถึงเราและตัดสินใจเลือกเรา และไม่เลือกเรา ฯลฯ

หวังว่า บทความนี้จะเป็นประโยชน์และแนวทางที่ให้จะช่วยให้คุณเดินต่อในการทำธุรกิจและทำการตลาดออนไลน์นะครับ


ข้อสงสัยหรือ ต้องการถามเรื่องการค้า การตลาดออนไลน์  >> https://www.kruboydigital.com/contact-me/ 


แหล่งข้อมูล :

ข้อมูลสำรวจ >> https://blog.bufferapp.com/facebook-marketing-strategy

ข้อมูลสรุป >> https://blog.hubspot.com/marketing/buffer-facebook-page-post-analysis 

You may also like

Leave a Comment